โซ่-ตรวน เป็นจุดอ่อนอย่างหนึ่ง ที่ทำให้กรมราชทัณฑ์ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชน สื่อมวลชน และองค์กรสิทธิมนุษยชนอย่างมาก.....
จะเลิกใช้ได้หรือไม่
?   เพราะอะไร ?   ไม่มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้อีกแล้วหรือ ?
   
 
กรมราชทัณฑ์ ได้อนุโลมให้ผู้ต้องขังใช้ โทรศัพท์ หรือ อีเมล์ ก็ ได้ ในการ
ติดต่อกับญาติ   แต่....จุดอ่อนในคุกก็เกิดขึ้นเมื่อมีผู้ต้องขังเพียงไม่กี่คนฉวย
โอกาสลักลอบใช้โทรศัพท์มือถือ กระทำการผิดกฎหมายขึ้นภายในเรือนจำ
  ถ้าการใช้วิธีตรวจค้นตามปกติเพื่อป้องกันไม่ให้โทรศัพท์มือถือเล็ดลอดเข้ามาในเรือนจำ ได้ผล
ไม่ดีเท่าที่ควร  ก็ถึงเวลาแล้วที่จะต้องนำเทคโนโลยีที่ทันสมัย ออกมาสกัด.....

               ข้าราชการราชทัณฑ์ในเรือนจำทุกแห่งไม่ต่างอะไรกับ "คนเหล็ก" เพราะ
สามารถทำงานหนักและทรหดอย่างไม่น่าเชื่อ  ผู้คุมทุกคนเป็นเครื่องจักรอัจฉริยะ
ที่ถูกโปรแกรมมา  ให้สามารถรับงานได้ทุกรูปแบบ  โดยอาศัยซอฟแวร์ปฏิบัติการ
ที่ส่งมาจากกองบัญชาการแถวๆนนทบุรี   ซอฟแวร์เหล่านี้ไม่ได้พัฒนาขึ้นมาด้วย

  ภาษาซี หรือ ภาษาจาวา...แต่เขียนด้วยภาษา "ราชการ" ซึ่งสมควรที่หุ่นยนต์น้องใหม่ทุกสายพันธุ์
จะต้องคลิกเข้าไปดูเพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการทำงาน...ทำงาน...ทำงาน....ทำงาน......
(HANG).........

 

          ทุกวันนี้ นักโทษแห่กันสมัครเข้ามาอยู่ในเรือนจำจนแน่นไปหมด คุกไทยมีจำนวน
นักโทษสูงที่สุดในโลกเมื่อเทียบจากอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ งานควบคุมผู้ต้องขังและงาน
ป้องกันปราบปรามยาเสพติดในเรือนจำ เป็นงานที่หนักมาก  เมื่อกำลังเจ้าหน้าที่มีไม่พอ ก็ต้องหันไปพึ่งหมา ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร
 เพราะเป็นวิธีที่ ตำรวจ ทหาร และเจ้าหน้าที่
เรือนจำทั่วโลกเขาทำกัน .....หมาทำอะไรๆได้ตั้งหลายอย่างที่คนเรายังทำไม่ได้.....

       
                        ภายในเรือนจำ...มีนักโทษจำนวนไม่น้อย ที่หลงผิด ใช้น้ำหมึกจารึก
          ความเครียดความโกรธแค้น ความงมงาย ลงบนผิวหนังของตัวเองอย่างถาวร
 
         รอยสักเหล่านี้จะติดตัวผู้ต้องขังตลอดไป จนกระทั่งถึงวินาทีสุดท้ายบนเมรุ
          เผาศพ......เมื่อไหร่ก็ตาม  ที่ผู้ต้องขังลักลอบสักยันต์ในเรือนจำได้สำเร็จ
         ความหวังที่จะกลับมาเป็นคนดีในสังคมก็ริบหรี่เต็มที........

 

 

          ทุกทีเคยเห็นแต่หน่วยสวาท (SWAT) หรือไม่ก็หน่วยนรินทราช ปฏิบัติการช่วยชีวิตผู้คุมหรือผู้บัญชาการเรือนจำที่ถูกนักโทษจับเป็นตัวประกัน     คราวนี้กลับกลายเป็นปฏิบัติการช่วยชีวิตนักโทษ.....เอ๊ะ..มันยังไงกัน...???

   
     เมื่อมีผู้ต้องขังเสียชีวิตในเรือนจำ สารพัดข้อกังขาจากญาติและบุคคล
ภายนอกก็จะตามมา  การดำเนินการกับศพในเรือนจำก็ยุ่งยาก การตั้ง
กรรมการสอบสวน(ในบางกรณี) รวมทั้งการเดินทางไปเป็นพยานศาลก็เป็น
ภาระหนัก   ทำอย่างไร
.....ปัญหาต่างๆจึงจะบรรเทาเบาบางลง ??

   
   กรมราชทัณฑ์ ทุ่มเงินถึง 150 ล้านบาท เพื่อจัดเก็บข้อมูลผู้ต้องขัง ซึ่งรวมไปถึง
 การจัดเก็บรอยพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้ต้องขังด้วย.... อีกไม่นานเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์
 จะต้องตรวจสอบลายนิ้วมือผู้ต้องขังด้วยเทคโนโลยีเดียวกันกับที่
FBI ใช้อยู่ ในปัจจุบันแต่ว่า....ก่อนที่จะก้าวไปถึงจุดนั้น....ลองคลิกดูความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับลายนิ้วมือก่อนครับ........

   
 

 ไม่มี ใครไม่เครียดเวลาเข้ามาอยู่ในคุก.. แนวโน้มการฆ่าตัวตายในคุกจึง
มีสูงมาก
เมื่อกรมราชทัณฑ์รับเอาลูกหลาน - ญาติพี่น้องของท่าน
เข้ามาดูแลอยู่ในคุก จึงเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องป้องกันไม่ให้มีการ
ฆ่าตัวตายเกิดขึ้น......
เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทุกคนต้องรู้ว่า.....ทำอย่างไร ?

 

 

 

กระแสไฟฟ้าถูกนำมาใช้กับผู้ต้องขังหลายวิธี : ยับยั้งการหลบหนี ระงับเหตุร้าย

กำจัดผู้ต้องขังออกจากสังคมอย่างถาวร (ด้วยเก้าอี้ไฟฟ้า)  

แต่ก็มีอย่างน้อย 3 วิธี ที่เป็นประโยชน์ต่อตัวผู้ต้องขังเอง......

   
 

สารเคมีดับเพลิงมีมากมายหลายชนิด  เมื่อเกิดไฟไหม้ขึ้นในเรือนจำ
ควรใช้สารเคมีดับเพลิงชนิดไหน
? จะเอาตัวรอดจากไฟไหม้ได้อย่างไร ?
( ถ้ารอให้ไฟไหม้เรือนจำก่อนแล้วค่อยมาคลิกอ่าน...ก็สายเกินไปซะแล้ว..)

 
 
 

       ถ้าจู่โจมตรวจค้นเรือนจำแล้วก็ยังไม่พบของกลาง
       สังเกตดูม่านตานิดเดียวก็รู้ว่าผู้ต้องขังคนไหนฉีดเฮโรอีนมา.....

 

     

พัสดุที่ญาติผู้ต้องขังส่งเข้ามามียาเสพย์ติดปะปนอยู่หรือเปล่า?
ตรวจเองก็ได้ครับ ไม่ยากอย่างที่คิด