1. ออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา
เรือนจำมีงบประมาณสำหรับจัดซื้ออุปกรณ์
กีฬาให้ผู้ต้องขังเล่น เพื่อให้ร่างกาย
แข็งแรงและเป็นการคลายเครียด

 
   
 

2. เรียนหนังสือ
ผู้ต้องขังสามารถใช้เวลาว่างให้ประโยชน์
ได้โดยการเรียนหนังสือซึ่งเรือนจำจัดมี
การสอนตั้งแต่ชั้นประถมไปจนถึงระดับปริญญา
   
 

3. ฝึกวิชาชีพ
นอกจากจะได้รับเงินปันผลจากการฝึกวิชาชีพแล้ว
 ผู้ต้องขังยังอาจนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพ
เมื่อพ้นโทษได้ (ในภาพ ผู้ต้องขังของทัณฑสถาน
วัยหนุ่มกลาง กำลังฝึกเจียรไนพลอย)

 
   
  4. หางานอดิเรกทำ
การปลูกผักสวนครัว นอกจากจะทำให้เพลิดเพลินแล้ว ยังสามารถนำผักที่ได้มาใช้เป็นอาหารได้อีกด้วย
 
   
 

5. ดูหนัง ฟังเพลง เล่นดนตรี
โทรทัศน์เป็นสิ่งบันเทิงคลายเครียดที่มีอยู่ในทุกเรือนจำ (ในภาพ เป็นศูนย์ควบคุมทีวีวงจรปิดที่ทำหน้าที่ควบคุมการส่งข่าวสาร ภาพยนต์ รายการบันเทิงทางโทรทัศน์ ไปยังห้องผู้ป่วยทุกห้องภายในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์

 
   
 

6. ไหว้พระ สวดมนต์
ศาสนาเป็นที่พึ่งทางใจที่ดีมากสำหรับผู้ต้องขัง (ในภาพ ผู้ต้องขังชาวมุสลิมกำลังทำพิธีทางศาสนา)
   
 

7. เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆที่เรือนจำจัดขึ้น
(ในภาพ เป็นงานสงกรานต์ที่ทัณฑสถาน
โรงพยาบาลจัดให้ผู้ต้องขัง)

 
   
  8. นั่งสมาธิ
การทำวิปัสนาหรือนั่งสมาธิช่วยให้ผู้ต้องขังมีจิตใจสงบและเยือกเย็น (ในภาพ คือผู้ต้องขังป่วยที่ออกมานั่งสมาธิที่สนามหญ้าในเวลาเช้า)
   
 

9. ติดต่อพูดคุยกับญาติ
การติดต่อกับญาติไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยม
หรือพูดคุยทางโทรศัพท์ จะช่วยให้สภาพจิตใจของผู้ต้องขังดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
สำหรับผู้ที่เข้ามาอยู่ในเรือนจำวันแรกๆ

 
     
  10. ขอคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่
เมื่อเกิดความเครียด เจ้าหน้าที่ด้านต่างๆ เช่น
นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ อนุศาสนาจารย์ อาสาสมัคร ฯลฯ
อาจช่วยแก้ไขปัญหาทางด้านจิตใจและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์
    (ในภาพ เป็นอาสาสมัครจากกลุ่ม NGO ที่เข้ามาพูดคุยเป็นกำลังใจให้กับผู้ต้องขัง
ในทัณฑสถานโรงพยาบาล)