ระบบการบำบัดการติดยาเสพย์ติดที่ใช้อยู่ในประเทศไทยแบ่งได้เป็น 3 ระบบคือ

      1. ระบบสมัครใจ  ใช้กันทั่วไปในสถานบำบัดยาเสพย์ติดของทั้งภาครัฐและเอกชน ผู้ติดยาเสพย์ติดที่อยากเลิกยาสามารถติดต่อขอรับการรักษาเมื่อไรก็ได้  ไม่มีการบังคับ

      2. ระบบบังคับรักษา กระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ดำเนินการ ใช้กับผู้ติดยาที่ถูกจับกุมได้ ถ้าผู้ติดยายอมรับการรักษาโดยระบบนี้ ก็จะไม่ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ

      3. ระบบต้องโทษ เป็นระบบที่ใช้ในรมราชทัณฑ์ ซึ่งมี
การดำเนินการในเรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งโดยเฉพาะ
 ในทัณฑสถานบำบัดพิเศษต่างๆ  ซึ่งจะเน้นหนักกิจกรรมด้านนี้เป็นพิเศษ

     ข้อดีของการบำบัดยาเสพย์ติดในระบบต้องโทษ

  • มีระยะเวลาในการรักษาเหลือเฟือ ผู้รับบริการส่วนใหญ่ต้องอยู่ในคุกนานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน(ผู้ต้องขังคดีเสพยาเสพย์ติด) ซึ่งระยะเวลาในการรักษานั้นสำคัญมาก เพราะตามหลักการแล้ว ยิ่งรักษานานก็ยิ่งมีโอกาสหยุดยาได้นาน

  • หนีไปไหนไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะอยากยาแค่ไหนก็ตาม ซึ่งแตกต่างจากระบบสมัครใจที่ผู้ติดยาอาจเปลี่ยนใจเลิกรักษาได้เมื่อทนอยากยาไม่ไหว

  • ระเบียบวินัยของผู้ติดยาในชุมชนบำบัดของกรมราชทัณฑ์จะดีกว่า เพราะมีเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คอยควบคุม

  • ระยะถอนพิษยาสำหรับผู้ติดยาก็ทำได้สะดวก เพราะเรือนจำทุกแห่งมีสถานพยาบาลและเจ้าหน้าที่พยาบาลพร้อม

  • ขั้นตอนการทำอาชีวบำบัดก็ทำได้ง่ายเนื่องจากการฝึกวิชาชีพนั้น เป็นส่วนหนึ่งของงานหลักของเรือนจำทุกแห่งอยู่แล้ว

  หมายเหตุ : ถึงวิธีบำบัดของกรมราชทัณฑ์จะดีแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่แนะนำให้ประชาชนทั่วไปหันมาใช้วิธีนี้โดยไม่จำเป็น